17-04-2024

แนะนำ 10 รุ่น มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท แต่ใช้งานได้ครบครัน 2024

มือถือ มือถือ ราคาไม่เกิน 10000 บาท
ภาพจาก shopee.co.th

หลายคนอาจจะคิดว่า โทรศัพท์มือถือ หรือ สมาร์ตโฟน ที่ดี และสเปกสูงๆ จะต้องราคาแพง เกิน 2 หรือ 3 หมื่นขึ้นเท่านั้น เพราะด้วยความล้ำของเทคโนโลยีที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ถ้าอยากได้มือถือในสเปกที่ทันยุคทันสมัย รองรับการใช้ หรือเล่นเกมได้ทุกอย่าง ก็จะต้องจ่ายในราคาที่แพงไว้ก่อน แต่ความจริงแล้ว ยังมีมือถือคุณภาพดีๆ อยู่ในราคาที่จับต้องได้ เพียงไม่เกินหมื่นบาท ให้เลือกอยู่อีกมากมายหลายรุ่น วันนี้เราเลยรวบรวมเอามือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท จากยี่ห้อต่างๆ มาให้คุณได้เลือกกันถึง 10 รุ่นด้วยกัน

วิธีเลือก มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท

สำหรับวิธีการเลือกมือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาทนั้น ก็มีรายละเอียดที่ต้องพินิจพิจารณาอยู่หลายประการ ซึ่งในเคสนี้ เราสามารถเจาะจงเลือกได้ค่อนข้างง่ายครับ เพราะเราตั้งงบเอาไว้ที่ไม่เกิน 1 หมื่นอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถเทียบสเปกของมือถือในราคาประมาณนี้ได้เลย แต่ถ้าใครยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร ไปดูกันที่บรรทัดต่อไปเลยครับ

1. เลือกจากสไตล์ในการใช้งานในแบบของเรา

ข้อนี้เข้าใจได้แบบง่ายๆ เลยครับว่า “มือถือที่ดีที่สุด คือมือถือที่ถูกใจเราที่สุด” นั่นเอง สำหรับการเลือกซื้อมือถือ ควรจะต้องดูที่ฟีเจอร์หลัก ๆ ของมือถือว่า สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ในการใช้งานของเรามากแค่ไหน เช่น ถ้าเราต้องการใช้ในการติดต่อคุยกันเป็นหลัก ก็สามารถใช้มือถือแบบทั่วๆ ไปได้แบบไม่ต้องคิดมาก, ถ้าเราเป็นคนชอบดูหนัง ดูซีรีส์ บนมือถือ ก็ควรเลือกรุ่นที่เน้นคุณภาพการแสดงผลของหน้าจอที่คมชัด และถนอมสายตาของเรา เมื่อจ้องจอมเป็นเวลานาน, หรือถ้าเราเป็นคนเล่นเกม ก็ควรเลือกใช้รุ่นที่เด่นในด้าน หน่วยประมวลผล (CPU) หรือกราฟิกการ์ด (GPU) ในคุณภาพที่สูงเป็นหลัก หรือถ้าใครต้องการให้ทำได้ทุกอย่างในเครื่องเดียวเลย ก็สามารถเลือกเทียบสเปกดูได้เช่นกัน (แต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย)

2. เลือกจากสเปก การประมวลผลโดยรวม

ในด้านของการเลือกสเปก ค่อนข้างมีผลในการใช้งานมากที่สุด หลักๆ จะมีอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่เป็นดั่งสมองส่วนที่สำคัญที่สุด คุณภาพของ CPU จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการทำงานของมือถือ และ แรม (RAM) หรือ หน่วยความจำในการประมวลผลของมือถือ ยิ่งปริมาณ RAM เยอะ ก็จะยิ่งสามารถรองรับแอป ฯ หรือเกมที่กินทรัพยากรสูงๆ ได้ดียิ่งขึ้น

โดยทั้ง 2 ส่วนนี้ จะเป็นตัวที่ต้องทำงานด้วยกันตามลำดับ การประมวลผลของ CPU จะมีความเร็วในการส่งไปยังฟีเจอร์ต่างๆ ของมือถือแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของ RAM นั่นเอง ทำให้นอกจากจะต้องดูคุณภาพของ CPU แล้ว ก็ควรจะต้องดูปริมาณ RAM ให้ไม่น้อยไปกว่ากันมากเกินไปด้วย แต่ถือว่าเลือกไม่ยาก เพราะทางผู้ผลิตจะทราบดีว่า CPU ที่มือถือใช้ ควรจะต้องใช้ร่วมกับ RAM ในขนาดเท่าใดจะเหมาะที่สุด ไม่ใช่ว่า RAM ต้องเยอะเข้าไว้ แล้วจะดีเสมอไป เพราะ CPU บางรุ่น ไม่จำเป็นต้องใช้ RAM เยอะมาก ก็สามารถใช้งานได้ดีเช่นกัน

3. เลือกจากคุณสมบัติและความชัดของกล้องถ่ายรูป

ปัจจัยที่สำคัญรองลงมาจากสเปก (และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการกำหนดราคาของมือถือเลย) ก็คือ “กล้องถ่ายรูป” นั่นเอง มือถือสมัยนี้ล้วนต้องมาพร้อมกับ กล้องหน้า และ กล้องหลัง รองรับการถ่ายรูปทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปคนอื่น หรือถ่ายเซลฟี่รูปตัวเอง โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีคุณภาพของกล้องที่มากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับราคา และระดับความคมชัดที่ตัว CPU ของมือถือ จะสามารถรองรับการใช้งานได้ด้วย

ซึ่งสำหรับมือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท เราควรดูว่าลูกเล่นของกล้องแต่ละรุ่น ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาพให้ดีกว่าเดิมมีอะไรบ้าง เช่น บางรุ่นจะมาพร้อมกับเลนส์เสริมอีก 1 ถึง 2 ตัว เช่น เลนส์ Wide ที่ใช้สำหรับเก็บภาพในมุมมองกว้าง หรือเลนส์ Macro ที่ใช้เก็บรายละเอียดในการถ่ายแบบ Close-Up เป็นต้น ลูกเล่นเหล่านี้จะมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ในการใช้งานของเราเป็นหลักครับ

4. เลือกจากดีไซน์ รูปทรง ที่ถูกใจ

มาถึงปัจจัยภายนอกกันบ้างครับ ในเรื่องของ ดีไซน์ รูปทรง สีสัน การออกแบบ ถือว่าขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนเป็นตัวตัดสินล้วนๆ เพราะมือถือดีไซน์สวยๆ ในท้องตลาดนั้นมีให้เลือกเยอะมาก ซึ่งในแง่การใช้งาน รูปทรงของมือถือก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณา เช่น รุ่นที่ดีไซน์ตัวเครื่อง ให้มีความโค้งมน จะให้ความรู้สึกสะดวกในการถือนานๆ มากกว่า แต่ก็เสี่ยงต่อการร่วงหลุดมือได้มากกว่า หรือรุ่นที่ดีไซน์มีมุม มีขอบเหลี่ยม ที่ชัดเจน (ถือเป็นทรงแบบคลาสสิก) จะจับได้ถนัดมือ เพราะมีขอบที่สามารถทำให้ถือได้อย่างมั่นคง ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนล้วนๆ เช่น คนที่ชอบเล่นเกมมือถือ มักจะชอบใช้มือถือที่เป็นขอบเหลี่ยม เพราะสามารถจับในแนวนอนได้อย่างมั่นคงกว่า ถึงเป็นเครื่องทรงโค้งมน ก็ยังต้องหาเคสที่เป็นขอบเหลี่ยมมาใส่จนได้

5. พิจารณาราคาขายให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

ข้อสุดท้าย ย้อนกลับไปหัวข้อของเราเลย คือเรื่อง “ราคา” นั่นเอง เมื่อเราตั้งงบไว้ว่าไม่เกิน 1 หมื่นบาท เราจึงต้องดูรายละเอียดของสินค้าให้ละเอียดถี่ถ้วนจริงๆ ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ดูว่า ราคาที่ตั้งเอาไว้นี้ ประกอบด้วยอะไรบ้าง เป็นราคาช่วง Sale หรือเปล่า หรือต้องซื้ออุปกรณ์อย่างอื่นแยกหรือไม่ ที่สำคัญ “มีใบรับประกันสินค้าอยู่ด้วยหรือไม่” เงื่อนไขเป็นอย่างไร

แนะนำ 10 รุ่น มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท

หลังจากพอทราบแนวทางในการเลือกซื้อไปแบบคร่าวๆ แล้ว ทีนี้ก็ลองมาดูผลิตภัณฑ์ทั้ง 10 รุ่น ที่เราคัดมานำเสนอนี้กัน ว่าจะมีรุ่นไหนที่โดนคุณเป็นพิเศษบ้าง

1. Samsung Galaxy A12 หน่วยประมวลผลใหม่ ราคาประมาณ 5,350 บาท

มือถือ Samsung Galaxy A12
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ Infinity-V PLS-LCD ขนาด 6.5 นิ้ว / น้ำหนัก กรัมไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ HD+ / Resolution 720 x 1600
หน่วยประมวลผล Helio G35 (Gaming Processor)
RAM 6 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB
กล้องหน้า 8 MP / กล้องหลัง 48 MP + 5 MP + 2 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh
ดีไซน์เรียบง่าย เน้นความมินิมอล

เริ่มต้นการแนะนำมือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท กันด้วยมือถือจากยี่ห้อยอดนิยมอย่าง Samsung นั่นเอง กับรุ่น Galaxy A12 ที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบใหม่ และการออกแบบดีไซน์ในรูปแบบใหม่ ที่ยกระดับประสิทธิภาพ ให้สามารถเล่นได้ดีในทุกๆ ด้านแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอรูปแบบ Infinity-V Display (จอกว้างพิเศษ พื้นที่จะเลยส่วนขอบโค้งของจอไปหน่อยนึง) ความคมชัด HD+ ที่ให้ความละเอียดของภาพคมชัดทั้งสีและแสง และสามารถรองรับการใช้งานกล้องหลัง ความคมชัด 48 ล้านพิกเซล ที่พ่วงมากับเลนส์เก็บภาพกว้าง (Wide) และกว้างสุดๆ (Ultra Jump ให้สามารถเก็บภาพ Landscape สวยๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงเลนส์ Macro สำหรับถ่ายภาพแบบ Close-Up ที่สามารถถ่ายแยกความ ชัดหน้า-ชัดหลัง ได้แบบสั่งได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องโฟกัสเองให้เสียเวลา รวมถึงการออกแบบที่เน้นความปลอดภัยในการใช้งานระดับสูง ภายในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากจนเกินไป

2. realme narzo 50 Pro 5G ราคาประมาณ 9,999 บาท

มือถือ realme narzo 50 Pro 5G
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ Super AMOLED 90Hz ขนาด 6.4 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 920 5G
RAM 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB
กล้องหน้า 16 MP / กล้องหลัง 48 MP + 8 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh
ดีไซน์มีความทันสมัย โครงสร้างเน้นการระบายความร้อนโดยเฉพาะ

มือถือจาก Realme ที่คนเล่นเกมหลายให้ความสนใจ เนื่องจากการออกแบบและสเปกโดยรวมที่เหมาะมากกับการใช้เพื่อลุยเล่นเกมแบบจัดเต็ม และอยู่ในราคารับได้ ด้วยการออกแบบส่วนประกอบภายใน โดยเน้นวัสดุที่ช่วยในการระบายความร้อนได้ดี จากภายในจนถึงภายนอก ทำให้เครื่องสามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่ได้ แม้จะเล่นต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงแล้ว แม้เครื่องจะมาในรูปทรงที่ดูบางเบา แต่ฮาร์ดแวร์ภายในก็ยังคงจัดเต็ม ทั้งหน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity รุ่น 920 5G ที่สามารถรองรับเกมภาพสวยๆ ได้ดี แถมด้วย X-axis linear motor ระบบการสั่นแบบใหม่ ที่สามารถตอบสนองความ แรง-เบา ตามเกมที่ใช้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับเกมเมอร์ เพื่อให้อารมณ์ในการเล่นเกมได้รับการเติมเต็มได้ดียิ่งขึ้น งานสร้างบอกเลยว่าห้ามมองข้าม

3. vivo Y36 5G ราคาประมาณ 8,999 บาท

มือถือ vivo Y36 5G
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ LCD ขนาด 6.64 นิ้วกันน้ำได้ที่ระดับ IP5X/IPX4
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล Dimensity 6020
RAM 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
กล้องหน้า 16 MP / กล้องหลัง 50 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นต่อมาคือ vivo Y36 5G ที่กำลังได้รับความนิยมมากรุ่นหนึ่ง เนื่องจากฟีเจอร์การใช้งานที่ค่อนข้างมีความพอดีสำหรับทุกๆ การใช้งาน ด้วยหน่วยประมวลผล และดีไซน์ที่สวยงาม เรียบง่าย มีความเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างสูง สามารถกันน้ำและฝุ่นพร้อมกับป้องกันรอยขีดข่วนได้อย่างหมดจด ประมวลผลเต็มประสิทธิภาพด้วยชิป MediaTek Dimensity 6020 ที่รองรับได้ทั้งเกมและแอปฯ ต่างๆ ที่ต้องการ ประมวลผลด้วย RAM แบบ Extended RAM ที่สามารถอัปเกรด รวมถึงบริการการใช้งาน RAM ได้เป็นอย่างดี ให้เราสามารถใช้มือถือได้อย่างสะดวกลื่นไหลและไม่มีอาการอืดให้เห็น ตัวกล้องหลังที่คมชัดสูงกว่า 50 MP พร้อมด้วยเลนส์ที่สามารถรับแสงได้ดีแม้ในทีที่ค่อนข้างมืด เรียกว่าสมชื่อค่ายนางฟ้าเซลฟี่

4. Honor 70 ราคาประมาณ 9,990 บาท

มือถือ Honor 70
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ OLED ขนาด 6.67 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 778G+ 5G (6 nm)
RAM 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
กล้องหน้า 32 MP / กล้องหลัง 54 MP AF + 50 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 4800 mAh
ตำแหน่งเลนส์ big eye ขนาดใหญ่ 2 ตัว ให้ความรู้สึกแหวกแนวอย่างลงตัว

Honor 70 มาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการมือถือสเปกสูงสำหรับถ่ายรูปโดยเฉพาะ และนี่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้เป็นเจ้าของมือถือ Honor ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ทั้งการดีไซน์ที่มีความหรูหรา แวววาว ดูเป็นมือถือในรูปทรงที่ดูดีมีระดับ รวมถึงการวางตำแหน่งของเลนส์กล้องที่ค่อนข้างแหวกแนว ในแง่ดีไซน์ถือว่าสะดุดตามาก รวมถึงคุณภาพความคมชัดของกล้องที่อยู่ในขั้นยอดเยี่ยม ทั้งกล้องหน้าและหลัง กล้องหลัง 54 ล้านพิกเซล พร้อมกับเลนส์เสริม ไว้เก็บรายละเอียดของแสงสี ขนาด 50 ล้านพิกเซลอีกตัว และกล้องหน้าที่ชัดไม่แพ้กันที่ 32 ล้านพิกเซล ทำงานภายใต้การประมวลผลด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 778G+ 5G (6 nm) ผ่านทางหน้าจอ FHD+ ที่ให้รายละเอียดที่สวยงาม เป็นอีกรุ่นที่เรารับประกันได้ว่าคุ้มราคาแน่นอนครับ

5. OPPO A98 5G ราคาประมาณ 10,990 บาท

มือถือ OPPO A98 5G
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ LTPS LCD ขนาด 6.72 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 (SDM 695)
RAM LPDDR4X 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
กล้องหน้า 32 MP / กล้องหลัง 64 MP + 2 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

อีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยม เวลาใครกำลังมองหา มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ยี่ห้อไหนดี ก็มักจะคิดถึง OPPO กันเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมาตรฐานในการออกแบบ และด้านการใช้งาน ที่ค่อนข้างสูง โดยสำหรับรุ่น A98 5G ตัวนี้ ก็เป็นอีกรุ่นที่สเปกอยู่ในระดับค่อนข้างสูงพอสมควร ทั้งจุดเด่นของเทคโนโลยีการชาร์จไฟ Battery Health Engine การจัดการคายประจุไฟแบบใหม่ ที่สามารถยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้น เพื่อรองรับกับสเปกเครื่องทั้ง ชิปเชต Qualcomm Snapdragon 695 (SDM 695) และ Extended RAM 8 GB ที่สามารถรองรับการใช้งานแอปฯ หรือเล่นเกมแรงๆ ได้ยาวนานหลายชั่วโมง และคุณภาพกล้องหลัง 64 ล้านพิกเซล ที่เสริมความคมชัดด้วย Microlens ระดับ 40x ที่สามารถเก็บรายละเอียดของภาพได้เนียนสมจริง ภาพรวมน่าสนใจในอันดับต้นๆ เลยล่ะ

6. Redmi 10 ราคาโดยประมาณ 5,999 บาท

มือถือ Redmi 10
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ DotDisplay ขนาด 6.4 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล MTK G8X(TBD), Octa-core, Antutu: 200K+
RAM LPDDR4X +eMMC 4-6 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 64-128 GB
กล้องหน้า 8 MP / กล้องหลัง 50 MP + 8 MP + 2 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

Redmi 10 มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท จากแบรนด์ Xiaomi ที่รับความนิยมไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ใช้งานได้ดีครบทุกด้าน มีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่กล้องหลังระดับคุณภาพ มาพร้อมกับเลนส์ถึง 4 ตัว ทั้งกล้องหลักระดับ 50 ล้านพิกเซล กล้องเลนส์ระยะกว้าง 8 ล้านพิกเซล และเสริมความงดงามของภาพด้วย เลนส์โฟกัสลึก และ เลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล อีก 2 ตัว ทุกตัวสามารถเก็บรายละเอียดของภาพ หรือวิดีโอได้ดีในระดับที่น่าพอใจ และรับประกันความสวยงาม ด้วยการเทคโนโลยีการปรับภาพด้วย AI ไม่ว่าจะมีตำหนิในภาพตรงไหน ก็สามารถแก้ไขในหน้ากล้องได้ทันที พร้อมกับโหมด AdaptiveSync ที่ช่วยจัดลำดับการใช้พลังงานได้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงการลดอาการอืดหรือหน่วงของเครื่อง เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ได้ ถ้าเทียบกับราคา ด้วยคุณภาพกล้องระดับนี้ ยังไงก็คุ้มครับ

7. Infinix ZERO 5G 2023 ราคาโดยประมาณ 9,499 บาท

มือถือ Infinix ZERO 5G 2023
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ Ultra Smooth Display ขนาด 6.78 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 1080 5G
RAM 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
กล้องหน้า 16 MP / กล้องหลัง 50 MP + 2 MP+ 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

สำหรับรุ่นนี้ พูดชื่อไป หลายคนน่าจะไม่คุ้นเคย กับแบรนด์ Infinix แบรนด์ชื่อเท่ๆ ที่มาพร้อมกับมือถือดีไซน์เท่สวยล้ำไม่แพ้ชื่อ พร้อมกับประสิทธิภาพการประมวลผลที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยชิปเซต MediaTek Dimensity 1080 5G ที่ถูกนิยามว่าเป็น “Monster Processor” CPU ระดับแรงพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานแอปฯ การเชื่อมต่อกับสัญญาณ 5G และเล่นเกมภาพสวยๆ โดยเฉพาะ แสดงผลผ่านหน้าจอ FHD+ คุณภาพระดับ Ultra Smooth Display ที่ทำให้ได้ภาพสวยเนียนกริบ แบบแทบจะไม่เจอรอยหยักให้เห็น และกล้องหลังที่คุณภาพสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ถ้าใครรู้สึกว่า มือถือของ Samsung, Vivo หรือ OPPO ยังตอบโจทย์ความต้องการในฐานะเกมเมอร์ได้ไม่มากพอ ขอให้ลิสท์ชื่อ Infinix เอาไว้อีกชื่อ ค่ายนี้นับวันยิ่งน่าสนใจ

8. Nokia G50 ราคาโดยประมาณ 8,590 บาท

มือถือ Nokia G50
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ ขนาด 6.82 นิ้ว การแสดงผลหน้าจอ HD+ไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 480 5G Mobile Platform
RAM 6 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB
กล้องหน้า 8 MP / กล้องหลัง 48 MP + 5 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

หวังว่าจะยังไม่ลืมชื่อ Nokia กันไปนะครับ กับแบรนด์จากฟินแลนด์ที่ถือเป็นตัวบุกเบิกนวัตกรรมมือถือตั้งแต่ยุคแรกๆ แม้ว่าในยุคหลังๆ Nokia จะไม่ใช่เจ้าตลาดแล้ว แต่ในด้านผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฟน ชื่อ Nokia ก็ไม่ควรถูกมองข้ามครับ แถมดูแล้วจะน่าสนใจมากกว่าแบรนด์ยอดฮิตบางยี่ห้อเสียอีก กับ Nokia G50 ที่เอาแค่ดีไซน์ก็โดนแล้ว กับเลนส์กล้องหลังที่อยู่ในตำแหน่งตรงกลาง ให้ความรู้สึกเหมือนกับมือถือในอดีต (เป็นตำแหน่งที่มือถือสมัยนี้มักจะไม่เลือกใช้กัน) และประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่ได้น้อยหน้าหลายๆ รุ่นเลย ทั้งหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 480 5G ที่ใช้งานได้ดีและลื่นไหล รองรับการทำงานหลายอย่างได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ดูหนัง เล่นเกม ฯลฯ แม้ว่าหน้าจอ HD+ ที่ความคมชัดอาจจะไม่สูงเท่าจอ FHD+ ของรุ่นอื่น ๆ แต่เท่านี้ ก็ถือว่าสูงมากแล้ว เมื่อเทียบกับราคา

9. POCO X4 Pro 5G ราคาโดยประมาณ 10,990 บาท

มือถือ POCO X4 Pro 5G
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ AMOLED DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ FHD+
หน่วยประมวลผล Qualcomm Kryo 660, Octa-core, 2.2Hz
RAM LPDDR4X 6-8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 128-256 GB
กล้องหน้า 16 MP / กล้องหลัง 108 MP + 8 MP + Macro)
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

ต่อกันด้วย POCO X4 Pro 5G ที่ออกมาเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนชอบมือถือดีไซน์แหวกแนว โดนใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง ที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามและไม่เหมือนใคร และถือเป็นการดีไซน์เพื่อเน้นความสำคัญของกล้องหลังโดยเฉพาะ เนื่องจากคุณภาพกล้องที่สูงมาก ทั้งกล้องหลังตัวหลักที่สูงมากถึง 108 ล้านพิกเซล เสริมด้วยกล้องเลนส์กว้าง 8 ล้านพิกเซล และเลนส์ Macro ที่คุณสามารถใช้ถ่ายภาพยนตร์ดี ๆ เรื่องหนึ่งได้เลย และนอกจากความพิถีพิถันในการดีไซน์ ฟีเจอร์การใช้งานก็ถือว่าโดดเด่นพอตัว ทั้ง CPU Qualcomm Kryo 660 ที่แรงแบบรองรับได้แทบทุกการใช้งาน พร้อมกับเทคโนโลยี LiquidCool 1.0 Plus ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ยืนหนึ่งอย่างมาก ในบรรดามือถือจาก POCO ที่ออกมา ณ ขณะนี้ครับ

10. OnePlus Nord CE3 Lite 5G ราคาโดยประมาณ 10,990 บาท

มือถือ OnePlus Nord CE3 Lite 5G
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หน้าจอ LCD ขนาด 6.72 นิ้วไม่มีคุณสมบัติในการกันน้ำ
การแสดงผลหน้าจอ sRGB, Display P3
หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 695 5G
RAM LPDDR4X 8 GB / พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
กล้องหน้า 16 MP / กล้องหลัง 108 MP + 2 MP + 2 MP
ปริมาณแบตเตอรี่ 5000 mAh

ปิดท้ายรายชื่อมือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ด้วย OnePlus Nord CE3 Lite 5G ที่มาพร้อมดีไซน์ที่สวยแบบเรียบง่าย มีส่วนโค้งมนและมุมเหลี่ยมที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ถือเป็นมือถืออีกรุ่นที่ดีไซน์โดดเด่นเตะตามาก และคุณภาพของกล้องหลังที่ไม่ธรรมดา ด้วยกล้องตัวหลักระดับ 108 ล้านพิกเซล เสริมด้วยเลนส์ชัดลึก และเลนส์ Macro 2 ล้านพิกเซล รองรับการเก็บภาพระดับสูงด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 695 5G ที่สามารถใช้งานทุกๆ ฟีเจอร์ได้ครบในเครื่องเดียว อย่างไม่มีสะดุด พร้อมด้วยเทคโนโลยี Battery Health Engine อย่าง SUPERVOOC ที่ชาร์จได้เร็ว และยังสามารถป้องกันการชาร์จโอเวอร์โหลดได้เป็นอย่างดี งานสร้างถือว่าสอบผ่าน

บทสรุปจากผู้เขียน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ มือถือ ราคาไม่เกิน 10,000 บาท ทั้ง 10 รุ่น ที่เราคัดมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน เจอรุ่นที่โดนใจกันบ้างหรือเปล่า? โดยจะเห็นได้ว่ามือถือในปัจจุบัน แม้จะเป็นมือถือราคาเบาๆ แต่ก็สามารถใช้งานได้ครบแทบทุกความต้องการ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีก่อน ลองเทียบสเปกและดีไซน์ ของแต่ละรุ่นอีกครั้งว่ารุ่นไหนที่ควรค่าคู่มือคุณ

หมวดหมู่สินค้า