29-02-2024

10 อันดับ สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี เพื่อคนรักสุขภาพ 2024

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อไหนดี
ภาพจาก shopee.co.th

การหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ โชคดีที่ในปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า สามารถเป็นตัวช่วยให้เราสามารถจัดการวางแผนเวลา ในการดูแลสุขภาพของเราได้ง่ายขึ้น ทำให้หลายคน หันมานิยมเลือกใช้อุปกรณ์อย่าง “สมาร์ทแบนด์ (Smart Band)” หรือ “Fitness Tracker” มาเป็นตัวช่วยสำหรับกิจกรรมออกกำลังกายประจำวัน โดยไอเทมนี้ก็มีออกมาให้เลือกมากมายจนไม่รู้ว่าจะเลือกสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราเลยมีวิธีเลือกรวมถึงแนะนำรุ่นที่น่าสนใจให้คุณได้พิจารณากัน

ความแตกต่างระหว่าง “สมาร์ทแบนด์ (Smart Band)” กับ “สมาร์ทวอช (Smart Watch)”

ด้วยความที่คล้ายกันมาก ระหว่างอุปกรณ์ทั้ง 2 อย่าง ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกสับสนได้ (หลายคนเข้าใจว่ามันเป็นอุปกรณ์เดียวกันด้วยซ้ำ) ซึ่งเราควรรู้ความแตกต่างระหว่างทั้ง 2 อย่างนี้กันก่อน โดย สมาร์ทแบนด์ เป็นอุปกรณ์สวมข้อมือ ที่มีจุดประสงค์ เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับกิจกรรมออกกำลังกายโดยเฉพาะ ทำให้ฟีเจอร์หลายๆ อย่างที่มีในสมาร์ทวอช อาจจะไม่จำเป็นต้องมีในสมาร์ทแบนด์ และจะเน้นไปที่การใช้งานเพื่อกิจกรรมออกกำลังเป็นหลัก (ซึ่งราคาก็จะถูกกว่าค่อนข้างมากด้วย)

ในขณะที่ สมาร์ทวอช จะมีความเป็นนาฬิกาอัจฉริยะ เปรียบเหมือนมือถือที่ย่อส่วนลงมา ที่มีฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายและครอบคลุมมากกว่าสมาร์ทแบนด์เป็นเท่าตัว (และราคาก็จะแพงกว่า) เมื่อเทียบกัน สมาร์ทแบนด์ จึงมีความเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานแบบเฉพาะทาง มากกว่าสมาร์ทวอช ที่เน้นใช้งานแบบอเนกประสงค์มากกว่านั่นเอง

วิธีเลือก สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา

แม้ว่า สมาร์ทแบนด์ ที่มีวางขายในปัจจุบัน จะดูมีรูปทรง หรือวิธีการใช้ ที่ดูไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ขนาดพกพา ที่มีจุดประสงค์ในการใช้งานชัดเจน แต่ในรายละเอียดการเลือกซื้อสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดีนั้นก็มีจุดที่เราสามารถนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกดังนี้

1. เลือกจากฟังก์ชันที่รองรับกิจกรรมออกกำลังหลายแบบในตัวเดียว

สมาร์ทแบนด์เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมออกกำลังกายเป็นหลัก ทำให้ฟีเจอร์ที่ควรมี ก็คือฟีเจอร์ที่รองรับการออกกำลังกายหลายอย่าง โดยพื้นฐานที่สมาร์ทแบนด์ทุกรุ่นต้องมีก็คือ การรองรับกิจกรรมในการวิ่ง (เพราะเป็น activity ที่ทุกคนสามารถทำได้) แต่สมาร์ทแบนด์หลายรุ่นก็ใส่ฟีเจอร์ที่รองรับกีฬา และการออกกำลังอื่นๆ อย่าง การยกน้ำหนัก ต่อยมวย ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบดมินตัน ไปจนถึงโยคะก็มีเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกรุ่น ที่จะใส่ฟีเจอร์รองรับทุกๆ อย่างมา ซึ่งเราต้องเลือกให้ดีว่า ฟีเจอร์ไหนที่เหมาะสมกับเรา

2. มีฟีเจอร์ในการวิเคราะห์สุขภาพปัจจุบันของเราครบทุกด้าน

ถัดจากการรองรับกิจกรรมออกกำลัง ที่สำคัญรองลงมาก็คือ ฟีเจอร์ด้านการวิเคราะห์สุขภาพโดยรวมของเรา หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมออกกำลังกายประจำวัน โดยสมาร์ทแบนด์ที่ดี จะต้องมีโปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ และสรุปผลลัพธ์กิจกรรมออกกำลังกายนอกบ้านของเราได้ เพื่อให้เราทราบความคืบหน้าของเราได้ตลอดทุกครั้ง ฟีเจอร์หลักๆ ที่ควรมีเช่น ระบบ VO2 Max บันทึกอัตราการเต้นของหัวใจและวัดระดับความเครียด, บันทึกการนับก้าวทั้งการวิ่งและการเดิน, ระบบ SpO2 ที่ใช้วัดระดับออกซิเจนในเลือด, ระบบบันทึก GPS ระบุว่าเราทำอะไร ที่ไหน มาบ้างในแต่ละวัน เป็นต้น

3. เน้นรุ่นที่สามารถเชื่อมต่อการใช้งานกับร่วมอุปกรณ์อื่นได้

อุปกรณ์อัจฉริยะที่ดี ฟีเจอร์อีกอย่างที่ควรมีคือ ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ โดยสมาร์ทแบนด์โดยทั่วไป ควรต้องสามารถใช้งานร่วมกับ สมาร์ตโฟน หรือ แท็บเล็ต ได้ เพราะจะสามารถจัดการอะไรๆ ได้ดีกว่า เมื่อทำงานผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งหลักๆ ก็คือการนำเอาข้อมูลที่บันทึกในสมาร์ทแบนด์ตลอดทั้งวัน มาสรุปและประมวลผลลัพธ์นั่นเอง รวมไปถึงยังสามารถเป็นตัวช่วยในการใช้งานซึ่งกันและกันด้วย เพราะสมาร์ทแบนด์หลายรุ่น สามารถแจ้งเตือนสายเรียกเข้ามือถือ แบบสมาร์ทวอชได้เช่นกัน

4. ความจุของแบตเตอรี่ / ระยะเวลาในการชาร์จ

การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมนอกบ้านที่ต้องใช้เวลาในแต่ละวันค่อนข้างนาน บางวันเราอาจจะต้องหมดเวลาไปยาวนาน 5-6 ชั่วโมงเลย ฉะนั้นเรื่องความจุของแบตเตอรี่ ก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเราควรต้องเลือกใช้สมาร์ทแบนด์ที่สามารถใช้งานได้นาน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมถึงยิ่งมีระบบ Fast Charge หรือการชาร์จเร็วด้วย จะยิ่งดี เพื่อให้สามารถทันใช้งานได้ และไม่ทำให้เสียจังหวะแผนในการออกกำลังแต่ละวันไป

5. สามารถกันน้ำได้

ข้อสุดท้ายดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ไม่ควรมองข้ามครับ คือควรเลือกใช้สมาร์ทแบนด์ที่กันน้ำได้ เพราะการออกกำลังกาย เราก็มีโอกาสที่จะเจอความชื้นในรูปแบบต่าง ๆ ได้สูงอยู่แล้ว ทั้งกัฬาหรือกิจกรรมทางน้ำ เช่น การว่ายน้ำหรือดำน้ำ หรือจากสภาพอากาศที่อาจไม่เป็นใจ หรือเกิดจากเหงื่อไคลของเราเองก็ตาม ซึ่งสมาร์ทแบนด์ทั่วไป ก็มักจะสามารถกันน้ำได้อยู่แล้ว แต่ทางที่ดี ก็ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจก่อนครับ เพราะก็มีบางรุ่นเช่นกันที่ไม่กันน้ำ ซึ่งเราไม่ควรรู้เองตอนที่กำลังใช้อยู่

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี

ใครกำลังมองหาไอเทมเพื่อสุขภาพอยู่แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราคัดมาให้เลือกอย่างจุใจถึง 10 รุ่นด้วยกัน

1. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Garmin รุ่น vivosmart 5 Series

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 1 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Garmin รุ่น vivosmart 5 Series
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกายไม่จำกัด (สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้)สามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
ระบุตำแหน่งของคนใส่ได้เมื่อถึงเหตุฉุกเฉิน
แบตเตอรี่อยู่ได้ 7 วัน

มาเริ่มต้นการแนะนำสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดีกันด้วยสมาร์ทแบนด์จากยี่ห้อยอดนิยมที่คนรักสุขภาพหลายคนเลือกใช้อย่างแบรนด์ Garmin นั่นเอง กับรุ่น Vivosmart 5 Series ที่มาในดีไซน์เล็กกะทัดรัด เน้นให้สวมใส่ได้อย่างสบายโดยเฉพาะ ด้วยหน้าจอที่เน้นความมินิมอล ไม่ซับซ้อน สามารถระบุข้อมูลทุกๆ อย่างได้อย่างชัดเจน มาพร้อมกับทุกๆ ฟีเจอร์ที่รองรับกิจกรรมออกกำลังกายทุกชนิดที่คุณต้องการ นอกจากฟีเจอร์สุขภาพโดยพื้นฐาน ยังสามารถตั้งเวลาแจ้งเตือนการดื่มน้ำ (สำหรับคนที่ต้องดื่มน้ำตามเวลา มีประโยชน์มากในการวางแพลนออกกำลังกายไว้ตลอดวัน) หรือระบุตำแหน่งของเราทันทีผ่านสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อเอาไว้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอีก ด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก Garmin ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากหลายคน เพราะคุณภาพที่เชื่อถือได้

2. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ FITBIT รุ่น Inspire 3

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 2 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ FITBIT รุ่น Inspire 3
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 20 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
บันทึกข้อมูลกิจกรรมทุกอย่างแบบละเอียด
แบตเตอรี่อยู่ได้ 10 วัน

อีกหนึ่งสมาร์ทแบนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเบากะทัดรัด เหมาะสำหรับสวมใส่ได้แบบสบายๆ ทุกเพศทุกวัย กับสมาร์ทแบนด์จาก FITBIT รุ่น Inspire 3 ที่มาในรูปทรงบางเบา ตัวเรือนเป็นสีดำทั้งเรือนที่ดูเรียบง่าย แต่ลงตัว มาพร้อมกับฟีเจอร์เพื่อสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ครบทุกอย่าง สามารถบันทึกกิจกรรมของเราในแต่ละวันไว้อย่างละเอียด ซึ่งเราสามารถเก็บข้อมูลทุกๆ อย่างได้ โดยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ผ่านแอป FITBIT App นอกจากนี้ยังสามารถแจ้งเตือนได้ หากเราอยู่เฉยๆ นานเกินไป เพื่อเตือนให้เราลุกมาขยับ เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดวัน เพราะมีหลายรุ่นที่คนมักจะใส่ไว้เฉยๆ ซึ่งรุ่นนี้ก็ใส่ฟีเจอร์เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานสมาร์ทแบนด์ได้เป็นอย่างดี

3. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Xiaomi Smart Band 7

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 3 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Xiaomi Smart Band 7
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 120 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
หน้าจอขนาดใหญ่เป็นพิเศษกว่าจอปกติ 24%
มีฟีเจอร์ติดตามสุขภาพสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ

ต่อกันด้วย Xiaomi Smart Band 7 ถือเป็นรุ่นที่น่าจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ด้วยตัวเรือนที่ดีไซน์มาได้อย่างลงตัว มีความเรียบง่ายแต่ดูดี หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.62 นิ้ว ที่ดีไซน์หน้าจอ UI ออกมาได้อย่างสวยงาม น่ารัก และใช้งานง่าย ด้วยขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษกว่าจอรุ่นอื่นๆ ถึง 24% ทำให้สามารถแสดงผลข้อมูลหลายอย่างพร้อมกันได้ในคราวเดียว แตกต่างจากหลายรุ่นที่มักจะมีการจำกัดข้อมูลบนหน้าจอค่อนข้างเยอะ ในด้านฟีเจอร์สุขภาพหลักๆ ก็ยังมีให้ครบถ้วน แถมด้วยฟีเจอร์ติดตามสุขภาพ สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะอีกด้วย ใครยังลังเลว่าจะเลือกสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดีรุ่นนี้อาจจะใช่สำหรับคุณก็ได้

4. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Redmi Smart band 2 AP

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 4 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Redmi Smart band 2 AP
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกายมากกว่า 30 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
มีฟีเจอร์ติดตามสุขภาพสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ
แบตเตอรี่อยู่ได้ 14 วัน

อีกหนึ่งรุ่นของสมาร์ทแบนด์จาก Xiaomi ที่คุณภาพดีไม่แพ้รุ่นที่แล้ว โดยคราวนี้เป็นผลิตภัณฑ์จากไลน์สินค้า Redmi ที่เป็นซีรีส์รุ่นที่ประหยัดลงมาจากรุ่นปกติ ทั้งขนาดและดีไซน์ แม้ว่าจะดูเล็กกว่ารุ่นทั่วไป แต่ด้านการใช้งานถือว่าไม่น้อยหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนที่มีความแข็งแรง หน้าจอขนาดกว้างพิเศษ พร้อมกับ UI ที่ออกแบบมาได้อย่างสวยงามลงตัว เน้นความเรียบง่ายแต่สามารถระบุข้อมูลทุกอย่างได้อย่างชัดเจน และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์การแจ้งเตือน ไม่ให้เราอยู่เฉยนานเกินไป และการติดตามระยะก้าวสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ จึงถือเป็นอีกรุ่นเลยครับที่ น่าจะโดนใจใครหลายคน ทั้งดีไซน์และการใช้งาน ที่สำคัญคือราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น

5. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ OPPO รุ่น OPPO Band

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 5 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ OPPO รุ่น OPPO Band
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 12 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
โหมด Fat-Burn-Run โปรแกรมสำหรับคนอยากลดน้ำหนักโดยตรง
แบตเตอรี่อยู่ได้ 12 วัน

ต่อกันด้วย OPPO Band ที่แม้จะไม่ได้ดูโดดเด่นมากเท่ากับรุ่นอื่นๆ ที่ดูเป็นอุปกรณ์สวมใส่แฟชั่น แต่สำหรับคนที่ต้องการเน้นการใช้งานแบบจริงจัง ไม่เน้นสวยหล่อ รุ่นนี้คือรุ่นที่เหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง โดยมาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐาน และฟีเจอร์เพื่อสุขภาพครบทุกด้าน ยังมีโหมดที่น่าสนใจอย่างโหมด “Fat-Burn-Run” แค่ชื่อก็ฟังดูเหนื่อยแล้ว กับโปรแกรมการออกกำลังกาย ที่จะเน้นแพลนออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักให้เราอย่างรวบรัดที่สุด ทั้งเวลาและกิจกรรมที่ต้องทำ ถือเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เป็นรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ

6. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Huawei รุ่น Huawei Band 6

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 6 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Huawei รุ่น Huawei Band 6
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 96 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
ฟีเจอร์บันทึกคุณภาพการนอนในแต่ละคืน
แบตเตอรี่อยู่ได้ 14 วัน

ผ่านไปแล้วครึ่งทางกับการแนะนำสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี ต่อกันด้วย Huawei Band 6 ที่มาในรูปทรงที่ดูเรียบง่ายแต่ลงตัว เหมือนสมาร์ทวอชโดยทั่วไป เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงาน หรือคนที่ไม่ได้ต้องการดีไซน์หรือสีสันที่โดดเด่น พร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ที่แสดงผลข้อมูลทุกอย่างอย่างชัดเจน และสามารถประเมินผลกิจกรรมในแต่ละวันได้แบบ Real-Time ไม่ต้องรอนาน มีฟีเจอร์ทั้งการวัดค่าต่างๆ ระหว่างทำกิจกรรมออกกำลังกาย ไปจนถึงสามารถใส่ตอนนอนหลับ เพื่อประเมินคุณภาพตอนนอนของเราโดยผลจากการออกกำลังทั้งหมดที่เราทำมาจะแสดงผลชัดเจนตอนที่หลับ โดดเด่นทั้งดีไซน์และการใช้งานขนาดนี้ ถือเป็นอีกรุ่นที่ไม่น่าพลาด

7. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ManGou M6

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 7 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ManGou M6
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกายมากกว่า 20 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
หน้าจอแสดงผลแบบ Dynamic สวยงาม

ดูรุ่นที่เน้นโทนแบบผู้ใหญ่ไปเยอะแล้ว ย้อนมาดูแบบเน้นสีสันสดใสโดนใจวัยรุ่นกันบ้าง กับสมาร์ทแบนด์จาก ManGou รุ่น M6 ที่มาในรุ่นราคาประหยัด เน้นการใช้งานแบบเฉพาะทางจริงๆ ทำให้ในด้านความหลากหลายของฟีเจอร์ อาจจะไม่ได้หลากหลายมากเท่ากับรุ่นอื่นๆ แต่ในด้านฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะฟีเจอร์ออกกำลังกายที่มีมาให้ ก็ค่อนข้างเยอะมากพอสมควร มีระบบแจ้งเตือนที่สามารถตั้งค่าได้ง่าย ไม่ต่างจากรุ่นอื่นๆ และยังมีการแสดงผลหน้าจอที่สวยงาม ดูแล้วสบายตา ทำให้อยากใช้งานหลายๆ โหมดอย่างสนุกสนาน และด้วยราคาที่ถูกมากๆ จนไม่น่าเชื่อ จึงไม่มีเหตุผลที่จะมองข้ามรุ่นนี้

8. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ OPPO รุ่น OPPO Band 2

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 8 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ OPPO รุ่น OPPO Band 2
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 12 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
มีฟีเจอร์สำหรับคนเล่นกีฬาแบบ Professional โดยเฉพาะ

สมาร์ทแบนด์อีกรุ่นจาก OPPO ที่ถือว่า น่าสนใจไม่แพ้รุ่นที่แล้ว เพราะมากับดีไซน์ที่ค่อนข้างสวยงามน่าใช้ ดูมีความเป็นอุปกรณ์แฟชันกว่ารุ่นก่อนขึ้นมาอีกนิดนึง ให้เราสามารถเลือกสีที่ต้องการได้เยอะกว่า (แต่ก็ยังดูเป็นสินค้าสำหรับวัยทำงานอยู่) กับฟีเจอร์สุขภาพที่ดูเหมาะสมลงตัวกับการใช้งานของคนวัยผู้ใหญ่ ที่มีเวลาออกกำลังกายเป็นระเบียบ เพราะแม้ว่าจะมีฟีเจอร์ออกกำลังกายไม่เยอะเท่ารุ่นอื่นๆ แต่ก็ถือเป็นการคัดกิจกรรมเด่นๆ สำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง และชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือน ได้เป็นอย่างดี แถมยังมากับโหมดอย่าง “Professional” ที่ช่วยให้เราควบคุมกิจกรรมที่ทำได้ตามต้องการ เป็นอีกรุ่นในลิสท์ สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี นี้ที่น่ามีติดข้อมือไว้

9. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Fitbit รุ่น Fitbit Luxe

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 9 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Fitbit รุ่น Fitbit
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกาย 20 แบบสามารถกันน้ำได้
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และความเครียด
ดีไซน์เน้นความหรูหรามีระดับ แบบสินค้าแฟชั่น

สมาร์ทแบนด์อีกรุ่นจาก FITBIT ที่คราวนี้ขอยกระดับมาแนะนำสินค้าแบบพรีเมียมกันบ้าง กับ FITBIT Luxe ที่เน้นดีไซน์สุดหรู เป็นสินค้าในหมวดแฟชั่นแบบจริงจัง ทั้งตัวเรือน สาย ไปจนถึงคุณภาพของหน้าจอ AMOLED ที่ดูมีคุณภาพสูงกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน ใครที่รู้สึกว่า สมาร์ทแบนด์เป็นของแบบเน้นใช้งาน ที่ไม่ค่อยมีทรงสวยๆ ให้เลือก น่าจะสะดุดตากับรุ่นนี้เป็นพิเศษ นอกจากเรื่องความสวยงาม ยังโดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่มีให้เลือกใช้เยอะ และละเอียดมาก โดยสามารถเชื่อมต่อและประเมินข้อมูลได้ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ได้ตั้งแต่ตอนหลับจนถึงตอนตื่นอีกรอบกันเลย ซึ่งด้วยฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่เด่นชัดขนาดนี้ ทำให้ราคาต้องสูงกว่าปกติไปด้วย เป็นเงาตามตัว แต่รับรองคุ้มราคาทุกบาททุกสตางค์

10. สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Xiaomi Mi Band 8

สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี 10 สมาร์ทแบนด์ Fitness Tracker ยี่ห้อ Xiaomi รุ่น Xiaomi Mi Band 8
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ฟีเจอร์รองรับกิจกรรมออกกำลังกายมากกว่า 20 แบบสามารถกันน้ำได้
รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
สามารถเปิดใช้งาน SpO2
มีระบบ VO2 Max วัดอัตราการเต้นของหัวใจ
สามารถใช้งานได้หลายหน้าต่าง (สลับกันใช้ได้)

ส่งท้ายรายชื่อสมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดีกันที่ Xiaomi Mi Band 8 ที่เน้นการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ด้วยหน้าตาขนาดใหญ่เป็นพิเศษถึง 2.1 นิ้ว เทียบเท่ากับสมาร์ทวอชโดยทั่วไป รวมถึงฟีเจอร์ออกกำลังกาย และการประเมินผลสุขภาพ ที่มีมาให้อย่างครบถ้วน และสามารถสลับหน้าต่างใช้งานได้ด้วย จนเรียกได้ว่ามีฟีเจอร์มากพอ ที่สามารถใช้งานได้เทียบเท่ากับสมาร์ทวอชเลย และยังอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่แพงจนเกินไป จึงเป็นอีกรุ่นของ Xiaomi ที่เราไม่อยากให้พลาดกัน

บทสรุปส่งท้ายจากผู้เขียน

สำหรับคนที่สนใจอยากมีอุปกรณ์เสริม เป็นตัวช่วยในการออกกำลังกาย หวังว่าจะถูกใจ กับผลิตภัณฑ์ในลิสท์ “10 สมาร์ทแบนด์ (Fitness Tracker) ยี่ห้อไหนดี” ที่เรานำมาฝากนี้ ซึ่งต้องบอกว่าถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาก ทั้งสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย คนที่เริ่มจะหันมาออกกำลัง รวมถึงคนที่ต้องการเอาใจใส่ในสุขภาพของตนอย่างจริงจัง การมีสมาร์ทแบนด์ดีๆ เอาไว้ใช้งาน ก็ถือทางเลือกเริ่มต้นที่ดี สำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ที่เราแนะนำว่า เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน

หมวดหมู่สินค้า