20-01-2022

ส่อง 10 รุ่น หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี เสียงดี แบตทน 2022

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี bluetooth headphones 111121 01
ภาพจาก pixabay.com

เชื่อว่าหนึ่งในอุปกรณ์ที่แทบทุกคนต้องมีเอาไว้ในครอบครองก็คือหูฟัง เพราะในปัจจุบันเราสามารถเลือกรับชมความบันเทิงต่างๆ ได้จากหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น เพลง ภาพยนตร์ คลิปวิดีโอต่างๆ หรือใช้เพื่อการสนทนาก็ตาม โดยปัจจุบันหูฟังมีการผลิตออกมามากมายหลายรุ่นหลายแบบและหลายยี่ห้อ การใช้งานและคุณสมบัติ ก็แตกต่างกันออกไป และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นหูฟังแบบ Bluetooth ใช้งานแบบไร้สายได้ ใครกำลังมองหาอุปกรณ์นี้เอาไว้ใช้งานแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือก หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี วันนี้เรามีมาแนะนำกันอย่างจุใจถึง 10 รุ่นด้วยกัน

หูฟัง Bluetooth มีกี่ประเภท

ก่อนจะไปดูว่าหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนน่าใช้เรามาทำความรู้จักกับประเภทของหูฟังชนิดนี้กันก่อน โดยหลักๆ แล้วหูฟังบลูทูธจะแบ่งออกเป็น 3 แบบด้วยกันคือ

1. หูฟังบลูทูธแบบเอียร์บัด (Earbuds)

หูฟังแบบ Earbuds เป็นหูฟังที่เราคุ้นเคยกันมาอย่างยาวนาน มีทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย ลักษณะของหูฟังประเภทนี้ก็คือเวลาใช้งานจะใส่เข้าไปแค่บริเวณหูด้านนอกไม่มีส่วนที่ยื่นเข้าไปในรูหู ซึ่งหลายคนชอบหูฟังแบบนี้เพราะรู้สึกว่าสวมแล้วไม่อึดอัดหรือปวดหูมากจนเกินไป แต่ก็อาจจะมีข้อด้อยอยู่บ้างคือไม่เหมาะกับการใช้งานระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกายเนื่องจากหลุดง่าย และหูฟัง Earbuds ส่วนใหญ่ไม่มีคุณสมบัติในการตัดเสียงรบกวน ส่วนคุณภาพและราคาก็มีให้เลือกแตกต่างกันออกไป

2. หูฟังบลูทูธแบบคาดหัว (Headphones)

หูฟังบลูทูธแบบ Headphones เป็นอีกแบบที่ได้รับความนิยมใช้งานกันเนื่องจากคุณภาพเสียงที่ดีกว่าหูฟังขนาดเล็ก ให้เสียงเบสที่หนักแน่น มิติเสียงที่ครบถ้วน สามารถใช้งานได้ทั้งกับการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมที่ต้องการรายละเอียดของเสียงมากกว่าปกติ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการตัดเสียงรบกวนได้ดี ในรุ่นที่ราคาแพงหน่อยนั้นจะให้เสียงแบบเรียลไทม์ระบุทิศทางได้ชัดเจน สำหรับการเลือกหูฟังแบบครอบหูนั้นควรทดลองสวมใส่ดูก่อนว่าน้ำหนักเบาและใส่สบาย เพราะถ้ารัดแน่นเกินไปอาจทำให้ปวดหูได้หากใช้ติดต่อกันนานๆ

3. หูฟังบลูทูธแบบอินเอียร์ (In Ear)

หูฟังแบบสุดท้ายก็คือหูฟังแบบ อินเอียร์ ที่ต้องบอกว่ากำลังมาแรงมากในยุคนี้ ลักษณะการใช้งานหูฟังแบบนี้ก็คือจะมีจุกยางที่สอดเข้าไปในรูหูต่างจากหูฟังแบบเอียร์บัด ซึ่งข้อดีของหูฟังแบบนี้ก็คือหลุดยาก มีระบบการตัดเสียงรบกวนที่ดีที่สุดในบรรดาหูฟังทุกประเภท คุณภาพเสียงก็ชัดเจน รวมถึงมีฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย บางรุ่นสามารถสั่งงานด้วยเสียง หรือระบบสัมผัสได้ นิยมใช้ระหว่างการออกกำลังกาย เพราะทนน้ำทนเหงื่อได้ดี แต่ก็มีราคาแพงกว่าหูฟังแบบอื่นด้วยเช่นกัน

วิธีเลือกหูฟังบลูทูธ ที่เหมาะกับตัวเอง

เราได้ทำความรู้จักประเภทของหูฟังกันไปแล้วคราวนี้เรามาดูกันเลยว่าจะเลือกหูฟังหูฟังบลูทูธ อย่างไรถึงจะเหมาะกับตัวเองมากที่สุด

1. เลือกตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

อันดับแรกเลยในการจะเลือกหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี หรือว่ารุ่นไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็คือการพิจารณาจากวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เพราะส่งผลต่อการกำหนดสเปคของหูฟัง ยกตัวอย่างเช่น หากเน้นสวมใส่เวลาออกกำลังกายควรเลือกแบบที่หลุดยาก หรือมีสายคล้องคอ ทนน้ำกันเหงื่อได้ดี น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย หรือหากเน้นเล่นเกมควรเลือกหูฟังที่เชื่อมต่อได้เสถียรแบบเรียลไทม์ สัญญาณไม่ดีเลย์ ให้รายละเอียดของเสียงแม่นยำ เพราะเพียงเสี้ยววินาทีก็ส่งผลกับการเล่นได้ หรือหากเป็นคนที่ชอบฟังเพลงแทบจะตลอดเวลาก็ควรที่แบตเตอรี่ว่าใช้งานได้นานแค่ไหน เป็นต้น

2. คุณภาพเสียง

เมื่อมองหาหูฟัง แน่นอนว่าคุณภาพเสียงคือสิ่งสำคัญที่เราต้องพิถีพิถันในการเลือก โดยให้เราดูว่าหูฟังรุ่นที่เราสนใจนั้นให้เสียงแบบใด ระหว่าง เสียงโมโน, เสียงสเตอริโอ หรือเสียง HD เช่น หากเน้นการฟังเพลงหรือเล่นเกมที่ต้องการความคมชัดและมิติเสียงที่ดีก็ควรเลือกเป็นระบบ เสียงสเตอริโอ หรือเสียง HD ส่วนหูฟังรุ่นไหนที่ให้เสียงถูกใจนั้นหากเป็นไปได้ควรทดลองฟังด้วยตัวเองจะเป็นการดีที่สุด เพราะคำว่าหูฟังเสียงดีของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนแค่หูฟังราคาหลักร้อยก็ถือว่าเสียงดีพอแล้ว

3. ฟังก์ชันการใช้งาน

ปัจจุบันฟังก์ชันการทำงานของหูฟังบลูทูธนั้นพัฒนาขึ้นมามาก ช่วยให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ส่วนใครจะต้องการฟังก์ชันไหนเป็นพิเศษก็อยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยฟังก์ชันเริมที่มากับหูฟังนั้นอาทิเช่น สามารถจับคู่กับอุปกรณ์ได้หลายอย่างพร้อมกัน, ฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวน, การสั่งงานด้วยเสียงผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะต่างๆ, การแปลภาษา, การใช้งานด้วยระบบสัมผัส, การเล่นหรือหยุดเล่นอัตโนมัติ เป็นต้น

4. ดีไซน์ของหูฟัง

ข้อต่อมาที่สำคัญสำหรับใครหลายคนก็คือดีไซน์การออกแบบของหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีสัน หรือความสบายในการสวมใส่ หูฟังที่ดีไม่ควรใส่นานๆ แล้วทำให้เรารู้สึกปวดหูหรือเป็นภาระ จึงควรต้องมีน้ำหนักเบา ออกแบบให้กระชับรับกับใบหู เช่น ถ้าเป็นหูฟังเกมมิ่งหรือหูฟังแบบครอบหู ควรมีก้านหูฟังที่สามารถปรับระดับได้ แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา ฟองน้ำระบายอากาศได้ดี หรือมีไฟสีสันเพิ่มความเร้าใจขณะใช้งาน

5. การเชื่อมต่อ

หูฟังบลูทูธเน้นการใช้งานแบบไร้สาย การเชื่อมต่อสัญญาณกับแหล่งกำเนิดเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างที่เราต้องตรวจสอบ ซึ่งสิ่งที่เราสามารถใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกก็คือเวอร์ชันของ Bluetooth ที่มากับหูฟังรุ่นนั้นๆ ยิ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ก็ยิ่งมีความเสถียรของสัญญาณและรับส่งได้เร็วขึ้น โดยปัจจุบันมีตั้งแต่ Bluetooth 4.0, Bluetooth 4.1, Bluetooth 4.2, Bluetooth 5.0, และ Bluetooth 5.1 ใครไม่อยากอารมณ์เสียเรื่องเสียงมาช้ากว่าภาพห้ามลืมเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

6. อายุการใช้งานแบตเตอรี่

นอกจากจะสวย เสียงดี ฟังก์ชันครับ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในหูฟังบลูทูธก็สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น โดยเงื่อนไขการใช้งานของแต่ละรุ่นก็แตกต่างกันออกไป โดยยิ่งเราใช้งานฟังก์ชันเสริมอื่นๆ มากขึ้นเท่าไหร่แบตเตอรี่ก็จะหมดเร็วขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ควรน้อยกว่า 5-7 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หรือหากมีระบบชาร์จเร็วมาด้วยก็จะยิ่งดีมาก

7. การรับประกัน

สุดท้ายก็คือเรื่องระยะเวลาและเงื่อนไขในการรับประกัน หูฟังแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ มักมาพร้อมกับการรับประกันที่มีเงื่อนไขแตกต่างกันออกไป เช่น 6 เดือน, 12 เดือน หรือ 24 เดือน ก่อนการชำระเงินแนะนำว่าควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีว่าทางผู้ขายรับประกันให้ในเรื่องใดบ้าง และระยะเวลานานเพียงใด จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานให้มากขึ้น โดยเฉพาะกับหูฟังที่มีราคาแพง

แนะนำ 10 รุ่น หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี

1. Xiaomi Redmi AirDots S 2

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Xiaomi Redmi AirDots S2

มาเริ่มต้นรายชื่อ หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี กันเลยกับ Xiaomi Redmi AirDots S 2 ที่ออกมาสานต่อจากรุ่นแรกที่ทำคะแนนเอาไว้ดีพอสมควรกับคุณภาพที่คุ้มราคา โดดเด่นด้วยดีไซน์สวยงามทันสมัย สวมใส่สบาย น้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัม มาพร้อมเคสชาร์จส่วนตัว สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่นนี้ก็คือฟังก์ชัน Game Mode ที่มาช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้นระหว่างการเล่นเกม ลดการดีเลย์ด้วยค่า Latency ที่ต่ำ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Bluetooth 5.0 สั่งงานด้วยเสียงได้ผ่าน Google Assistant ใช้งานแยกข้างหูฟังได้ แบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานสุดถึง 4 ชั่วโมง ที่สำคัญราคาน่าคบหาดูใจมาก

2. Jabees Firefly Pro

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Jabees Firefly Pro

Jabees Firefly Pro หูฟังไร้สายแบบ True Wireless จากยี่ห้อชั้นนำอีกรายที่มีผู้ใช้ทั่วโลกด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับ เรียกว่ามีครบทั้งคุณสมบัติด้านเสียง ดีไซน์ และฟังก์ชันอันล้ำสมัย เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 ให้ความเสถียรสูงและไม่ดีเลย์ รองรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant และ Siri ออกแบบมาให้สวมใส่สบายกระชับกับหู ทนทานด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX5 ใส่ออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกลัวเหงื่อ แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง ชาร์จผ่านเคสได้อีก 18 ชั่วโมง พ่วงชาร์จเร็วที่ชาร์จ 10 นาทีใช้ได้ 3 ชั่วโมง มีระบบ Intelligent Power Switch System เปิดการทำงานเมื่อนำออกจากเคสและหยุดทำงานเมื่อเก็บเข้าที่ พร้อมฟีเจอร์ Ambient Sound Mode ปลอดภัยเมื่อใช้งานข้างนอกเพราะเปิดให้เสียงรอบข้างเข้ามาได้ งานสร้างบอกเลยไม่ธรรมดาในราคาจับต้องได้

3. Sony WF-1000XM3

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Sony WF 1000XM3

หลายคนที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดีที่วางใจได้ในคุณภาพมักจะมาลงเอยกับหูฟังจากทาง Sony เพราะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับวงการมายาวนาน ซึ่ง Sony WF-1000XM3 นั้นจัดว่าเป็นรุ่นยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ รุ่นนี้เป็นหูฟัง True Wireless แบบอินเอียร์ มาพร้อมชิป QN1e ที่ทำให้มีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม เพื่อให้คุณดื่มด่ำกับเพลงโปรดแบบเต็มอารมณ์ รวมถึงติดตั้งไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนมาในตัว ให้เสียงที่ทรงพลังด้วยไดรเวอร์ยูนิตเล็กแต่ทรงพลังขนาด 6 มม. พ่วงเทคโนโลยี Digital Sound Enhancement Engine HX (DSEE HX) ปรับความละเอียดของไฟล์ให้ได้คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสุด 8 ชั่วโมง รวมกับเคสชาร์จอีก 24 ชั่วโมงเป็น 32 ชั่วโมง รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย Bluetooth 5.0 และ NFC ตัวหูฟังออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์สวมใส่สบายและกระชับ งานสร้างไม่เสียชื่อแน่นอน

4. Aftershokz Trekz Air

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Aftershokz Trekz Air

ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายหรือรักการผจญภัย Aftershokz Trekz Air น่าจะเป็นคำตอบของหูฟังคู่ใจที่กำลังมองหา เพราะมีครบทั้งดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งานและระบบเสียงที่ยอดเยี่ยม โดยมากับการออกแบบที่สวมใส่สบายไม่ปวดหูเนื่องจากมีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Bone Conduction สร้างเสียงผ่านการสั่นสะเทือน และยังมีที่คาดด้านหลังทำให้ใส่ได้แบบไม่ต้องกลัวหล่นหายระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ น้ำหนักก็เบาเพียง 30 กรัมเท่านั้น เรื่องของความทนทานก็น่าพอใจด้วยมาตรฐานกันน้ำระดับ IP55 เชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย Bluetooth 4.2 มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนช่วยเพิ่มความชัดของการสนทนา ส่วนพลังเสียงนั้นก็ไม่ธรรมดาสามารถปรับเพิ่มเบสได้ มีช่วงไดนามิกที่กว้างให้รายละเอียดครบถ้วน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง

5. Beats Flex

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Beats

อีกรุ่นกับหูฟังแบบคล้องคอสำหรับสายออกกำลังกายและสายลุยที่อยากมีหูฟังบลูทูธดีๆ เอาไว้ฟังเพลง โดยเจ้า Beats Flex รุ่นมีแถบแม่เหล็กช่วยยึดหูฟังไม้ให้หลุดร่วงระหว่างการใช้งานหรือเคลื่อนไหวร่างกาย และด้วยสายคล้องแบบ Flex-Form ทำให้สวมใส่ได้สบาย เลือกจุกขนาดต่างๆ ได้ถึง 4 ขนาด มีฟีเจอร์เล่นและหยุดเล่นอัตโนมัติ พร้อมคุณภาพเสียงระดับพรีเมี่ยม มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนในตัว และด้วยชิป Apple W1 ทำให้สามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่นผ่าน Bluetooth 5.0 สามารถควบคุมการใช้งานได้จากตัวสายแบบ On-device แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง พร้อม Fast Fuel ที่ชาร์จเพียง 10 นาที ใช้ต่อได้ 1.5 ชั่วโมง เรียกว่า รูปสวย เสียงดี เทคโนโลยีล้ำ ในราคาที่จับต้องได้

6. Jabra Elite 85T

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Jabra Elite 85T 01

หากคุณหลงใหลในการฟังเพลงแต่ไม่รู้จะเลือกหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Jabra Elite 85T คือรุ่นที่เราอยากให้คุณรับไว้พิจารณา เพราะเทคโนโลยีหูฟังไร้สายของค่ายนี้ถือว่าได้รับการยอมรับในระดับสากล รุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบ Active Noise-Cancellation (ANC) การตัดเสียงรบกวนที่คุณกำหนดได้เองถึง 11 ระดับ มี HearThrough ที่กดเพื่อรับฟังเสียงรอบข้างได้ ปรับแต่งการใช้งานผ่านแอพ Jabra Sound+ ตัวหูฟังออกแบบมาให้มีขนาดกะทัดรัด กระชับใบหู ผ่านการทดลองนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดีที่สุด มีจุกหูฟังให้เลือกหลายขนาด ภายในมีตัวแปลงสัญญาณ AAC และ SBC ให้รายละเอียดที่ครบถ้วน เสียงเบสหนักแน่น แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 31 ชั่วโมง(รวมการชาร์จจากเคส) รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.1 งานสร้างบอกเลยว่าคุ้มค่าเงิน

7. Bose QuietComfort 35 II

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Bose QuietComfort 35 II

จัดอันดับหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดีทั้งทีจะขาดหูฟังจาก Bose ไปได้อย่างไร โดย Bose QuietComfort 35 II เป็นหูฟังบลูทูธแบบครอบหู ชื่อรุ่นบ่งบอกว่าชูจุดเด่นด้วยเรื่องของการสวมใส่สบายและมีการตัดเสียงรบกวนอันดีเยี่ยม และยังรองรับคำสั่งเสียงผ่าน Google Assistant และ Amazon Alexa ในตัวอีกด้วย ดีไซน์หูฟังนั้นดูหรูหราทันสมัยมีปุ่มควบคุมการทำงานที่ตัวหูฟัง มาพร้อมฟองน้ำที่นุ่มหูระบายอากาศได้ดี ใช้งานได้นานสุด 20 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็วที่ชาร์จ 15 นาที ใช้ได้ 2.5 ชั่วโมง สามารถตั้งค่าต่างๆ ผ่านแอพ Bose Connect ได้ รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 4.1 ส่วนเรื่องเสียงนั้นแน่นอนว่าจัดเต็มด้วยเสียงเบสที่หนักแน่น นุ่มนวล และให้ไดนามิกของเสียงที่กว้าง จะฟังเพลง เล่นเกม ดูหนัง ก็เอาอยู่

8. Sony WH-1000XM4

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Sony WH 1000XM4

Sony WH-1000XM4 หูฟังบลูทูธแบบครอบหูจากแบรนด์อันดับต้นๆ ของวงการ หนึ่งในรุ่นที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เป็นหูฟังที่จะมาเติมเต็มโลกแห่งการฟังเพลงของคุณให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนอันล้ำสมัยด้วยชิปประมวลผลระดับ HD QN1 พร้อมเทคโนโลยี Dual Noise Sensor สามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ หรือเปิดรับเสียงภายนอกก็ทำได้ง่ายผ่าน ระบบ Ambient Sound รองรับการใช้งานผ่านแอพ Sony | Headphones Connect เชื่อมต่อได้ด้วย Bluetooth 5.0 มีระบบ Speak-to-Chat เพื่อหยุดเล่นชั่วคราวเมื่อต้องการสนทนา พร้อม Adaptive Sound Control ปรับค่าเสียงตามกิจกรรมที่ทำได้ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง มีระบบชาร์จเร็วที่ชาร์จ 10 นาที ใช้ได้ 5 ชั่วโมง รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ใครหาดูฟังระดับพรีเมี่ยมรุ่นนี้เลย

9. JBL T450 BT

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี JBL T450 BT

ต่อกันเลยกับ JBL T450 BT หูฟังแบบครอบหูอีกรุ่นที่น่ามีไว้ติดตัวเพราะงดงามด้วยดีไซน์และสีสันอันโดดเด่น ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย แต่ก็แฝงเอาไว้ด้วยความทนทานด้วยวัสดุชั้นดี จุดเด่นของหูฟังยี่ห้อนี้ยกให้กับเสียงเบสที่ทั้งทุ้มและทรงพลัง ด้วย JBL Pure Bass และ ไดรเวอร์ ขนาด 32 มม. ให้รายละเอียดของเสียงที่ดีเยี่ยมเกินราคา การันตีด้วยประสบการณ์กว่า 60 ปี บนเส้นทางนี้ ตัวนี้แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 11 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง สามารถควบคุมการทำงานได้ง่ายผ่านปลายนิ้วไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพลง การสนทนา การรับสาย รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 4.0 ภาพรวมเทียบกับราคาน่าลงทุนด้วยเอามากๆ

10. Defunc True Gaming

หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี Defunc True Gaming

ส่งท้ายรายชื่อหูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี ด้วยการเอาในสายเกมกันบ้าง กับ Defunc True Gaming ที่จะมาทำให้คุณรู้ว่าหูฟังเล่นเกมไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่หรือราคาแพง เพราะรุ่นนี้จัดเต็มเกินตัวเพื่อการเล่นเกมที่สนุกยิ่งขึ้นผ่านระบบเสียงเซอร์ราวด์ 360 องศา ให้รายละเอียดของเสียงและทิศทางที่ยอดเยี่ยมสร้างความได้เปรียบในการเล่นเกม รองรับการใช้งานแบบไร้สายผ่าน Bluetooth 5.0 ค่าความหน่วงต่ำ พร้อมไมโครโฟนคู่ รองรับการควบคุมแบบสัมผัส แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดถึง 30 ชั่วโมง มาพร้อมเคสชาร์จสีเดียวกันที่ช่วยเพิ่มเวลาการใช้งานให้มากขึ้น

บทส่งท้ายจากผู้เขียน

ผ่านไปแล้วกับ 10 รุ่น หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี พร้อมเคล็ดลับในการเลือกใช้งาน โดยเราคัดมาให้เลือกหลายแบบ หลายราคา คุณสมบัติก็แตกต่างกันออกไป เพื่อให้คุณสามารถเฟ้นหารุ่นที่ตรงใจมากที่สุด เอาไว้เป็นหูฟังคู่โปรด เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ส่วนใครจะมีใจให้รุ่นไหนก็แล้วแต่ความชอบและงบประมาณในกระเป๋าแล้วล่ะ

หมวดหมู่สินค้า