04-09-2022

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี ทั้งเสียงดี เบสหนัก ดีไซน์สวย 2022

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear 040822 01
ภาพจาก pixabay.com

หากให้พูดถึงอุปกรณ์ความบันเทิงที่แทบทุกคนต้องมีติดตัวเองไว้ หูฟังน่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่หลายคนคิดได้ โดยเป็นสิ่งที่มาช่วยเติมเต็มความบันเทิงด้านเสียงให้กับคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ คลิปวิดีโอ เพลง การเล่นเกม หรือการพูดคุยสื่อสารกัน ซึ่งปัจจุบันมีการผลิตหูฟังออกมามากมายหลายแบบ รวมถึง “หูฟัง In-Ear” ที่เป็นหูฟังขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ และกำลังได้รับความนิยม ใครกำลังมองหาอุปกรณ์นี้อยู่และยังไม่รู้จะเลือก หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี ตามมาเลยเพราะเรามัดรวมมาให้เลือกถึง 10 รุ่นด้วยกัน

ทำความรู้จัก หูฟัง In-Ear กันก่อน

หูฟัง In-Ear เป็นหูฟังขนาดเล็กที่มากับคุณภาพเสียงเกินตัว เวลาจะใช้งานก็เสียบเข้าไปในรูหู โดยมักออกแบบมาให้สวมได้กระชับ ไม่หลุดง่าย มีเสียงรบกวนน้อย สามารถเพลิดเพลินกับคอนเทนต์ที่กำลังใช้งานได้อย่างเต็มอรรถรส มีให้เลือกทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย คุณสมบัติและคุณภาพเสียงก็จะแตกต่างกันออกไป ปัจจุบันมีการเพิ่มฟังก์ชันอัจฉริยะต่างๆ เข้ามาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น มีคุณภาพเสียงดีขึ้น เช่น รองรับคำสั่งเสียงหรือสั่งงานด้วยการสัมผัส มีระบบหยุดและเริ่มการทำงานอัตโนมัติ มีระบบตัดเสียงรบกวน หรือแม้แต่สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานเฉพาะทางอย่างการเล่นเกมเป็นต้น

วิธีเลือกหูฟัง In-Ear

อย่างที่บอกว่าหูฟัง In-Ear นั้นมีมากมายหลายแบบ ดังนั้นก่อนจะไปดูว่าหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดีที่น่าใช้งาน เรามาดูเคล็ดลับเบื้องต้นในการเลือกไอเทมนี้กันสักเล็กน้อย เพื่อให้คุณได้ใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบหารุ่นที่ลงตัวกับการใช้งานของตัวเอง

1. เลือกหูฟัง In-Ear จากการใช้งานและไลฟ์สไตล์

ข้อแรกเลยที่เราสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกหูฟังได้ก็คือถามตัวเองว่าเราต้องการใช้งานในด้านใดมากที่สุด เพราะหูฟัง In-Ear มักผลิตออกมาด้วยวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน แม้จะใช้แทนกันได้แต่ก็อาจจะไม่เหมาะสมไปเสียทุกอย่าง เช่น หากไลฟ์สไตล์ของคุณชอบเล่นเกมก็ควรเลือกหูฟังเกมมิ่งโดยเฉพาะ หรือถ้าเป็นสายสุขภาพรักการออกกำลังกายก็ควรเลือกแบบที่สวมใส่ได้กระชับ มีคุณสมบัติในการกันน้ำกันเหงื่อ เป็นต้น

2. เลือกหูฟัง In-Ear จากคุณภาพเสียง

คุณภาพเสียงคือองค์ประกอบสำคัญในการเลือกหูฟัง แม้คำว่าเสียงดีของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เราก็สามารถพิจารณาจากสเปคเบื้องต้นของหูฟังได้ ทั้งในส่วนของ Driver ที่ยิ่งมีขนาดที่ใหญ่และมีหลายตัวก็ยิ่งให้เสียงที่น่าฟังและทรงพลังขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Bit-rate ที่ยิ่งมากก็ยิ่งถ่ายโอนข้อมูลได้ดี ลดอาการล่าช้าของสัญญาณที่ทำให้เพลงสะดุด ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรลองฟังด้วยตัวเองว่าชอบเสียงแบบไหน แต่ถ้าสั่งซื้อออนไลน์ก็ต้องอาศัยรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้หรือเลือกจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงก็จะช่วยให้มั่นใจในคุณภาพเสียงได้ในระดับหนึ่ง

3. เลือกหูฟัง In-Ear จากดีไซน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยงามทันสมัยคือเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ ดังนั้นการจะเลือกหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดีเอาไว้ใช้งานดีไซน์การออกแบบก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ทั้งในส่วนของสีสันที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นสีที่ดูเรียบร้อย สีสันสดใส ลวดลายพิเศษหรือลายลิขสิทธิ์ หรือหากเป็นหูฟังที่ใส่ออกกำลังกายก็อาจจะเลือกแบบมีสายคล้องกันหล่นหาย ที่สำคัญคือต้องสวมใส่สบาย ไม่ปวดหู ซึ่งหูฟังหลายรุ่นมักมีจุกหูฟังมาให้เลือกใช้ และที่ไม่ควรลืมก็คือความแข็งแรงทนทาน เช่น คุณสมบัติในการกันน้ำกันเหงื่อ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

4. เลือกหูฟัง In-Ear จากฟังก์ชันการใช้งาน

ฟังก์ชันการใช้งานของหูฟังแต่ละรุ่นนั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งทำได้หลายอย่างราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรเลือกจากฟังก์ชันที่เราใช้งานจริงๆ บางคนซื้อหูฟังราคาแพงๆ มาแต่ไม่ได้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพก็ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ(แต่ถ้าชอบก็จัดเลย) โดยฟังก์ชันของหูฟังมีทั้งคุณสมบัติในการปรับตั้งค่าเสียง การตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) การควบคุมด้วยการสัมผัส การรองรับคำสั่งเสียง การเล่นหรือหยุดเล่นเองเมื่อถอดหรือสวมหูฟัง คุณสมบัติในการเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชันต่างๆ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เป็นต้น

5. เลือกหูฟัง In-Ear จากยี่ห้อ ราคา และการรับประกันสินค้า

สุดท้ายแต่ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องที่กล่าวมาแล้วก็คือการพิจารณาจากยี่ห้อและราคาของหูฟัง ซึ่งต้องบอกว่าอุปกรณ์อย่างหูฟังนั้นยี่ห้อถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะเป็นเครื่องการันตีในเบื้องต้นว่าจะได้หูฟังเสียงดี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริง โดยยี่ห้อที่ได้น่าสนใจนั้นอาทิ Sony, Sennheiser, JBL, Marshall, HyperX, Jabra หรือ Razer เป็นต้น ส่วนราคาก็สามารถเลือกได้กันตามงบประมาณ ทั้งนี้ปัจจุบันมีหูฟังราคาหลักร้อยแต่เสียงดีและเทคโนโลยีอัดแน่นออกมาให้เลือกกันหลายยี่ห้อด้วยกัน เช่น KZ หรือ AUKEY เป็นต้น

เลือกหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี ที่ทั้งเสียงดี คุ้มค่า และฟังก์ชันครบ

ได้ทราบกันไปแล้วว่าในการจะเลือกหูฟัง In-Ear นั้นต้องพิจารณาจากเรื่องใดบ้าง คราวนี้เรามาเข้าสู่รายชื่อของ หูฟัง In-Ear น่าใช้ทั้ง10 รุ่นกันเลยว่ามีรุ่นไหนบ้างที่น่าจะตรงกับที่คุณกำลังมองหาอยู่ โดยเราคัดมาให้เลือกแบบเน้นๆ จากแบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่วงการมาอย่างยาวนาน มั่นใจได้ว่าเสียงดีแน่นอน

1. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ SONY รุ่น WF-1000XM3

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ SONY รุ่น WF 1000XM3
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ให้เสียงทรงพลังและมีมิติในทุกย่านเสียงราคาค่อนข้างสูง
มีระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ขึ้นกับฟังก์ชันที่เปิด สูงสุด 24 ชม. รวมการชาร์จจากเคส
ควบคุมผ่านแอปพลิคชัน Sony Headphones Connect ได้
รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

เริ่มต้นรายชื่อหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี กันเลยกับ SONY WF-1000XM3 ที่เข้าขั้นหูฟังเทพรุ่นหนึ่งก็ว่าได้มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูดูคลาสสิก ใช้ชิป QN1e และเซ็นเซอร์ตัดเสียงรบกวนแบบคู่ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ เรื่องคุณภาพเสียงหายห่วงเพราะไม่ทำให้เสียชื่อด้วยเสียงเบสที่ทรงพลัง ให้รายละเอียดและมิติของเสียงที่ยอดเยี่ยม รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ที่เสถียรมากขึ้น รองรับคำสั่งเสียงและระบบสัมผัส สามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Sony Headphones Connect ได้ แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานสุด 24 ชั่วโมง รวมการชาร์จจากเคส เรียกว่าจัดเต็มทุกอณูเลยล่ะ

2. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ JBL รุ่น Endurance Jump

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ JBL รุ่น Endurance Jump
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกายแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมง
ให้รายละเอียดของเสียงที่ครบถ้วนเชื่อมต่อด้วย Bluetooth เวอร์ชัน 4.2
รองรับการควบคุมด้วยระบบสัมผัส
กันน้ำมาตรฐาน IPX7

มาต่อกันที่ หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ JBL รุ่น Endurance Jump ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่รักการออกกำลังกายโดยเฉพาะด้วยดีไซน์ที่สดใส แข็งแรงทนทาน กันน้ำกันเหงื่อได้ด้วยมาตรฐาน IPX7 เคลื่อนไหวได้คล่องตัวแบบไม่ต้องกลัวหล่นหายเพราะมีสายคล้องคอในตัว สวมใส่สบายกระชับแต่ไม่ทำให้ปวดหู มีจุกหูฟังมาให้ 3 ขนาด สามารถควบคุมได้ด้วยระบบสัมผัส คุณภาพเสียงนั้นถือว่าให้รายละเอียดที่ครบถ้วน ฟังสนุกทุกแนวเพลง มีระบบการตัดเสียงรบกวนที่น่าพอใจ แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 8 ชั่วโมง ภาพรวมถือว่าลงตัว

3. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ Sennheiser รุ่น M2 IEI

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ Sennheiser รุ่น M2 IEI
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ดีไซน์สวยงาม แข็งแรงทนทานเป็นหูฟังแบบมีสาย เชื่อมต่อผ่านแจ็ค 3.5mm
ให้เสียงเบสที่ทรงพลังเหมาะกับเพลง Rock/R&B/EDM
รองรับการสนทนาที่คมชัด
ราคาไม่แพงจนเกินไป

หากถามว่า หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี Sennheiser รุ่น M2 IEI ก็จัดว่าน่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องติดตั้งให้ยุ่งยาก เพราะตัวนี้เป็นหูฟังแบบมีสาย พกพาไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่ ส่วนคุณภาพเสียงนั้นชื่อของ Sennheiser ก็ไม่เคยทำให้ต้องผิดหวัง โดยรุ่นนี้จะเด่นเรื่องเสียงเบสที่ทรงพลังมากเป็นพิเศษเหมาะกับเพลงแนว Rock R&B และ EDM แต่เพลงแนวอื่นก็ฟังได้อย่างไม่ขัดเคืองเช่นกัน การควบคุมต่างๆ และการรับสายสามารถทำได้จากปุ่มที่อยู่บนสายโดยตรง ลองดูว่ารุ่นนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

4. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ KZ รุ่น ZST

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ KZ รุ่น ZST
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ดีไซน์สวยงามสะดุดตา สามารถถอดสายได้เป็นหูฟังแบบมีสาย
ให้คุณภาพเสียงที่น่าพอใจเกินราคามีทั้งรุ่นมีไมค์และไม่มีไมค์ ควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ
มาพร้อม Driver แบบ Hybrid
สวมใส่สบายไม่ปวดหู

ใครมองหาหูฟัง In-Ear ราคาเบาๆ หูฟัง KZ รุ่น ZST น่าจะถูกใจคุณบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Colorful และเฉดสีดำ สามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ตัวสายมาในแบบสายถักที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทาน สามารถถอดสายได้สะดวกต่อการเก็บและพกพา รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นหูฟังรุ่นแรกของค่ายที่มาพร้อมกับ Drivers แบบ Hybrid ที่ช่วยให้ได้มิติของเสียงที่หนักแน่นน่าฟัง โดยเฉพาะกับเสียงเบส ถึงแม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับหูฟังราคาหลายพันบาทแต่ก็ถือว่าให้เสียงที่ไพเราะน่าพอใจเกินราคา

5. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ Marshall รุ่น Mode EQ

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ Marshall รุ่น Mode EQ
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ดีไซน์เรียบหรูน่าใช้งานเป็นหูฟังแบบมีสาย
สามารถปรับ EQ ได้ 2 แบบเหมาะกับแนวเพลง Rock, Metal, EDM และ Pop
ให้เสียงเบสที่หนักแน่นทรงพลัง
แถมจุกหูฟังมาให้เลือก 4 ขนาด

ใครมองหาหูฟังคุณภาพดีและยังไม่รู้จะเลือกหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำหูฟัง Marshall รุ่น Mode EQ หูฟังที่สามารถปรับ EQ ได้ตามต้องการ เพื่อให้ได้ย่านเสียงที่ถูกใจ โดย EQ1 จะให้เสียงเบสที่หนักแน่น นุ่มลึก ส่วน EQ2 จะเน้นเสียงกลางและเสียงสูง สามารถเลือกได้จากตัวควบคุมบนสาย รุ่นนี้ทั้งเสียงดีและสวยหรูไม่เสียชื่อผู้ผลิตมีโลโก้ติดเอาไว้ที่ตัวหูฟัง โดยเหมาะกับแนวเพลง Rock, Metal, EDM และ Pop ยิ่งถ้าคุณชอบเสียงเบสรุ่นนี้เอาอยู่ทีเดียว ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาใส่สบาย มีจุกยางแถมมาให้เลือก 4 ขนาด เป็นอีกรุ่นที่น่ารับไว้พิจารณา

6. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ AUKEY รุ่น EP-T25

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ AUKEY รุ่น EP T25
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
การันตีด้วยรางวัล Red Dot Design Award 2021ใช้งานได้นานสุด 5 ชั่วโมง หากรวมเคสชาร์จจะเป็น 25 ชั่วโมง
ให้รายละเอียดของเสียงที่น่าพอใจในทุกย่านเสียงเหมาะกับการฟังเพลงและดูหนังมากกว่าการสนทนา
รองรับคำสั่งเสียง Siri และ Google Assistant
ราคาไม่แพงจนเกินไป

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ AUKEY รุ่น EP-T25 อีกรุ่นในรายชื่อ หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดีที่เราอยากให้คุณรับเอาไว้พิจารณา โดยรายนี้เป็นผู้ผลิตจากเยอรมนีที่เชี่ยวชาญในเรื่องของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ซึ่ง AUKEY EP-T25 มากับความน่าสนใจหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นไดร์ฟเวอร์ไดนามิกขนาด 6mm ที่ขับเสียงเบสออกมาได้อย่างหนักแน่น ส่วนย่านอื่นก็ถือว่าให้รายละเอียดที่ครบถ้วน รองรับการใช้งานด้วยระบบสัมผัสและคำสั่งเสียงผ่าน Siri และ Google Assistant ตัวหูฟังออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา สอดรับกับรูหู ใส่ได้กระชับ กันน้ำกันเหงื่อได้ระดับ IPX5 แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสุดครั้งละ 5 ชั่วโมง ชาร์จในเคสได้อีก 4 รอบรวม 25 ชั่วโมง ในช่วงราคาเดียวกันถือว่าให้เยอะทีเดียว

7. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ NUBWO รุ่น X100 Professional

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ NUBWO รุ่น X100 Professional
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
หูฟังเกมมิ่งดีไซน์เร้าใจไมโครโฟนในสายจะเปิดใช้งานเมื่อมีการถอดไมโครโฟนแท่งออก
ให้คุณภาพเสียงที่เกินราคา
มาพร้อมไมโครโฟนคู่
มีราคาไม่แพงแต่คุณภาพคุ้มค่า

มาต่อกันที่ NUBWO X100 Professional หูฟัง In-Ear สายเกมมิ่งที่มาในราคาน่าคบหาดูใจ ซึ่งค่ายนี้ต้องบอกว่าเป็นผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ขวัญใจเกมเมอร์รายหนึ่งที่มาแรงมากเพราะสินค้าส่วนใหญ่หากเทียบคุณภาพ ดีไซน์ ฟังก์ชันการใช้งาน กับราคาค่าตัวแล้วจัดว่าคุ้มค่าสุดๆ ในส่วนของ NUBWO X100 Professional เป็นหูฟังสเตอริโอที่มากับ Drivers ขนาด 10 มิลลิเมตร คมชัดทั้งย่านเสียงสูง กลาง และต่ำ ออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์ มีความนุ่ม กระชับ พ่วงมาด้วยไมโครโฟนคู่เอาไว้ใช้สนทนาและเล่นเกม โทนสีก็เร้าใจสมกับเป็นหูฟังของเกมเมอร์

8. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ Razer รุ่น Hammerhead Pro V2

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ Razer รุ่น Hammerhead Pro V2
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมหลายแนวควรตรวจสอบเงื่อนไขการสั่งซื้อและการรับประกันทุกครั้ง
สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลายสินค้ามีหลายช่วงราคาควรเปรียบเทียบจากหลายๆ ที่
ดีไซน์เร้าใจในแบบหูฟังเกมมิ่ง
ให้รายละเอียดเสียงที่ชัดเจน ช่วยให้ระบุตำแหน่งได้ง่ายขึ้น

สำหรับเกมเมอร์ที่ยังไม่รู้จะเลือก หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี Razer รุ่น Hammerhead Pro V2 คือรุ่นที่คุณกำลังมองหา เพราะเพียงแค่ชื่อของผู้ผลิตก็อุ่นใจได้แล้วเกินครึ่งกับคุณภาพเสียง ดีไซน์ และฟังก์ชันการใช้งาน เริ่มจากการออกแบบมาให้ใส่สบายแถมสีสันเร้าใจในมาดเกมเมอร์ ตัวไดร์ฟเวอร์มีขนาด 10 มิลลิเมตรให้เสียงทีทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็นเกมแนว Open World หรือ MOBA ก็ให้รายละเอียดและทิศทางของเสียงรอบตัวได้คมชัดไม่ดีเลย์ รุ่นนี้มีไมโครโฟนแบบ In Line เพิ่มความคมชัดระหว่างสนทนา ใช้งานง่ายไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ รองรับอุปกรณ์หลายอย่าง แถมราคายังไม่แพงจนเกินไปอีกด้วย

9. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ Jabra รุ่น Elite 7 Pro

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ Jabra รุ่น Elite 7 Pro
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ให้คุณภาพเสียงที่ครบถ้วนทุกย่านเสียงใช้งานต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง รวมเคสชาร์จเป็น 30 ชั่วโมง
สนุกทุกคอนเทนต์แบบไม่ดีเลย์ราคาค่อนข้างสูง
มีเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2

พูดถึง หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี คงขาดแบรนด์นี้ไปไม่ได้ กับ หูฟัง ยี่ห้อ Jabra รุ่น Elite 7 Pro สุดยอดหูฟัง True Wireless เกรดพรีเมียมที่ครบถ้วนทุกองค์ประกอบ ด้วยดีไซน์ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย กระชับไม่หลุดง่าย สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนได้ถึง 5 ระดับ มี Hearthrough ช่วยในการรับเสียงรอบตัวป้องกันอันตราย พร้อมไมโครโฟน 4 ตัว เพิ่มความคมชัดที่มีระบบ Voice Pick Up เซ็นเซอร์ช่วยรับเสียง รุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.2 ให้สัญญาณที่เสถียร ลดการดีเลย์ โดยเฉพาะกับการเล่นเกมและชมภาพยนตร์ รองรับการควบคุมแบบ Multi-Function จากตัวหูฟัง แบตเตอรี่สามารถใช้ต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง รวมกับเคสชาร์จเป็น 30 ชั่วโมง พ่วงมาด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP57 งานสร้างบอกเลยว่าสมราคา

10. หูฟัง In-Ear ยี่ห้อ HyperX รุ่น Cloud EarBuds

หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดี In Ear ยี่ห้อ HyperX รุ่น Cloud EarBuds
จุดเด่นข้อสังเกต/คำแนะนำ
ดีไซน์มาเพื่อการเล่นเกมของแท้จะรับประกันนาน 2 ปี
ให้รายละเอียดของเสียงในเกมได้ดี
ไมค์แบบ in-line ช่วยในการสนทนา
พกพาสะดวก สายไม่พันกัน

ปิดท้ายรายชื่อ หูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดีกันด้วย HyperX รุ่น Cloud EarBuds หูฟังเกมมิ่งจากผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์แถวหน้าอีกราย ที่คอเกมไม่ควรพลาดเพราะรุ่นนี้รูปสวย เสียงดี ราคาจับต้องได้ มาในสีดำ-แดง อันเป็นเอกลักษณ์ ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สบายรับกับใบหู ใส่เล่นเกมได้ยาวๆ แบบไม่ปวดหู พกพาง่าย สายไม่พันกัน ภายในมีไดร์ฟเวอร์ขนาด 14 มิลลิเมตรให้เสียงอันทรงพลัง พร้อมรายละเอียดของเสียงในเกมที่ครบถ้วนช่วยสร้างความได้เปรียบเรื่องทิศทางรวมถึงอรรถรสในการเล่น พ่วงมาด้วย ไมค์แบบ in-line ช่วยในการสนทนา ภาพรวมเทียบกับราคาถือว่าคุ้มมาก

บทส่งท้ายจากผู้เขียน

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 รุ่นหูฟัง In-Ear น่าใช้ที่เราคัดสรรมาให้คุณได้เลือกกัน หลากรุ่น หลายราคาจากแบรนด์ชั้นนำของวงการ ครอบคลุมทั้งการฟังเพลง การชมภาพยนตร์และคอนเทนต์ต่างๆ รวมถึงการเล่นเกมด้วย ส่วนราคาก็มีให้ตั้งแต่หลักร้อย หลักพันต้นๆ ไปจนถึงหูฟังระดับไฮเอนด์ราคาหลายพันบาท ซึ่งการจะเลือกหูฟัง In-Ear ยี่ห้อไหนดีหรือรุ่นไหนนั้นก็อยู่ที่งบประมาณรวมถึงฟังก์ชันที่คุณต้องการเป็นหลัก ลองดูว่าใน 10 รุ่นนี้ รุ่นไหนที่โดนใจคุณมากที่สุด

หมวดหมู่สินค้า